“ผู้ช่วยเหลือทางธุรกิจ” ความเป็นต่อด้านการค้าที่ยืนยง

เหตุการณ์สำหรับการประกอบธุรกิจในตอนนี้ จะต้องเห็นด้วยว่ามีสถานการณ์การประลองที่สูง คู่ปรับทางธุรกิจมีจำนวนมากทั้งยังทางตรงรวมทั้งทางอ้อม ด้วยวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีและก็การติดต่อสื่อสารทำให้การเล่าเรียนกระบวนการทำธุรกิจสามารถทำเป็นง่ายดายมากยิ่งขึ้น นำมาซึ่งการทำให้ความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการเข้ามาของคู่ต่อสู้รายใหม่ (Barrier of entry)มากขึ้นด้วยด้วยเหมือนกัน

การศึกษาที่ง่ายมากยิ่งขึ้น ทำให้การได้เปรียบสำหรับในการชิงชัยด้าน สิ่งใหม่ รวมถึงความแปลกใหม่ของผลิตภัณฑ์และก็บริการ บางทีอาจไม่เป็นความสามารถพิเศษของหน่วยงานที่คู่ปรับไม่สามารถที่จะเอาอย่างได้อีกต่อไป ความแปลกใหม่บางทีอาจปราศจากความยืนนานมากพอสำหรับในการรักษาการได้เปรียบของธุรกิจ ด้วยประการฉะนี้เองนอกเหนือจากการรักษาความเป็นต่อสำหรับการประกอบธุรกิจแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จะสร้างการได้เปรียบที่จีรังยั่งยืนให้แก่ธุรกิจได้ก็คือ “คู่ค้า” หรือ Business Partners นั่นเอง

คู่ค้า หรือ พันธมิตรทางธุรกิจ อาจเป็นเรื่องที่ไม่ใหม่สำหรับการประกอบธุรกิจ ทุกๆ ธุรกิจจะต้องมีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และการเลือกคู่ค้าทางธุรกิจที่ดี สามารถสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาวให้แก่กิจการได้เลยทีเดียว โดยขั้นตอนเบื้องต้นในการเลือกคู่ค้าทางธุรกิจนั้น ผู้ประกอบการจะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับ คู่ค้า ที่ต้องการให้ได้ 3 คำถามคือ

1. คู่ค้าหรือผู้ส่งเสริมทางธุรกิจเป็นอย่างไร?

การเลือกผู้ส่งเสริมทางธุรกิจ ไม่ใช่เพียงการเลือก คนขายองค์ประกอบผลิตภัณฑ์ให้กับบริษัท (Supplier) หรือโรงงานผู้สร้าง เป้าหมายของการหาผู้ช่วยเหลือสื่อความหมายกว้างกว่าที่กล่าวมามากมายดังเช่นว่า ผู้สนับสนุนเชิงกลยุทธ (Strategic alliance) หรือการที่ธุรกิจการค้า 2 ธุรกิจการค้าขึ้นไปทำข้อตกลงเพื่อร่วมลงทุนเพื่อสืบเสาะหากำไรด้วยกันเรียกว่า ธุรกิจร่วมค้า (Joint venture) ฯลฯ โดยการที่ผู้ประกอบกิจการจะสามารถตอบปัญหาข้อนี้ได้ ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรทราบว่า

หน้าที่รวมทั้งการทำงานด้วยกันของคู่ค้ารวมทั้งธุรกิจการค้าเป็นยังไง

– กติกาเกี่ยวกับการแบ่งรายได้ หรือการตกลงราคาซื้อขายแลกเปลี่ยน

– วัตถุประสงค์ของการผลิตผู้สนับสนุนเป็นยังไง ยกตัวอย่างเช่น เพื่อเกื้อหนุนกลยุทธด้านการตลาด เพื่อสร้างฐานการสร้างที่ใหญ่ขึ้น ฯลฯ แม้กระนั้น การตอบปัญหาวัตถุประสงค์ของกิจการค้าตัวเองก็สำคัญ แต่ว่าการจับคู่พันมิตรที่ถูกเพื่อสนับสนุนวัตถุประสงค์ของผู้สนับสนุนด้วย ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการผลิตความเป็นต่อที่ยืนยงให้กับทั้งคู่ธุรกิจด้วยเหมือนกัน

2. ผู้ใดที่ธุรกิจกำลังมองหา?

การเลือกคู่ค้าที่ดีรวมทั้งสมควรไม่ใช้ว่าจะง่าย รวมทั้งการคัดสรรคู้ค้าที่ดีได้นั้น สามารถช่วยลดปัญหาต่างๆที่อาจจะมีการเกิดขึ้นในคราวหลังได้ ทั้งยังมีผลให้ความเกี่ยวเนื่องที่ดีของคู่ค้าทั้งคู่มั่นคงและก็จีรังยั่งยืน

ขั้นตอนการเลือกผู้ส่งเสริมทางด้านการค้าที่ดี ขั้นตอนแรกผู้ประกอบธุรกิจจำเป็นต้องรู้ถึงคุณประโยชน์ (Value) ของคู่ค้ารวมทั้งของตน ว่ามีความเชื่อมโยงกัน หรือสามารถสนับสนุนกันและกันได้ไหม ยกตัวคุณประโยชน์ที่แต่ละบริษัทปรารถนาเป็นต้นว่า การผลิตของใหม่ การช่วยสนับสนุนความสร้างสรรค์รวมทั้งอิสระแก่บุคลากร การบริการที่บรรเจิดของบุคลากร หรือค่าอื่นๆดังเช่นว่าวัฒนธรรมหน่วยงานอย่าง การตรงเวลา การเคารพพนักงานที่แก่มากยิ่งกว่า ฯลฯ โดยการรับทราบถึงค่าที่คู่ค้ามีเป้าหมายช่วยเหลือ ช่วยทำให้ผู้ประกอบกิจการรู้เรื่องหลักการทำงานของคู่ค้ามากเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถลดปัญหาต่างๆสำหรับการทำงานด้วยกันได้

นอกจากนั้น ผู้ประกอบกิจการยังจำต้องพิจารณาถึงผลตอบแทนด้วยกันที่กิจการค้าจะได้รับ ร่วมกับบริษัทคู่ค้า หรือที่เรียกว่า Dual Benefits โดยการนึกถึงผลตอบแทนของทั้งสองฝ่าย ยังเป็นการรักษาความเชื่อมโยงของธุรกิจและก็บริษัทคู่ค้าได้อย่างยั่งยืน เป็นความเป็นต่อทางด้านการค้าอย่างยั่งยืน

3. กลยุทธสำหรับเพื่อการผูกมิตรอย่างยั่งยืนกับคู่ค้า

เมื่อสามารถเลือกคู่ค้าที่เหมาะสมกับสิ่งที่มีความต้องการของธุรกิจได้แล้ว ระยะถัดไปเป็นการผลิตความเกี่ยวพันที่ดีกับผู้สนับสนุนกิจการค้าพวกนั้น เพื่อเพิ่มกำลังการเจรจาต่อรอง สร้างการได้เปรียบทางธุรกิจได้มากกว่าคู่แข่งขันผู้อื่นโดยทั้งสองฝ่าย บางทีอาจจะจำเป็นต้องอธิบายหลักเกณฑ์สำหรับการทำงานด้วยกัน เพื่อไม่ให้กำเนิดปัญหาต่างๆมีการติดต่อถึงกันและก็กันเกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น หรือคำถามต่างๆระหว่างทั้งสองฝ่าย ร่วมถึงดูแลช่วยเหลือกัน เนื่องจากว่าเมื่อคู่ค้าของธุรกิจแข็งแรง ก็จะเกิดผลดีต่อธุรกิจที่ร่วมค้าได้สิ่งเดียวกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง